นางสาวบุณสิตา ศรีกิจ 115510503436-8 Sec.13
ประวัติศาสตร์เมืองพังงา
จากพงศาวดารปรากฏว่า
ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้นเมืองพังงาเป็นเมืองแขวงขึ้นกับเมืองตะกั่วป่า
จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง
และโอนเมืองจากฝ่ายกรมท่ามาขึ้นเป็น ฝ่ายกลาโหมตั้งแต่นั้นมา โดยจาก
ประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ และสืบค้นได้แน่ชัด
ปรากฎว่าเมืองพังงาได้รับการจัดตั้งเป็นทางการในสมัยรัชกาลที่ 2
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ.2352 ซึ่งในปีนั้นเจ้าปะดุง
กษัตริย์พม่าได้มอบหมายให้ อะเติงหวุ่น เป็นแม่ทัพ
นำกองทัพเรือของพม่าได้เข้าตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง เมืองถลาง
และได้กวาดต้อนผู้คนไปรวมไว้ที่ค่าย ของตน และเผาเมืองถลางเสีย ในการนี้
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้โปรดเกล้าฯ
ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเสนานุรักษ์กรมพระราชวังบวร
ยกทัพหลวงจากกรุงเทพฯ มาช่วย และได้มาทันขับไล่ทหารพม่าหลบหนี
ระหว่างศึกได้มีราษฎรบางส่วนอพยพไปหลบภัยอยู่ที่ “กราภูงา” (ภาษามลายู
แปลว่า ป่าน้ำภูงา) ที่มีภูเขาล้อมรอบ
ครั้งเสร็จศึกแล้วกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ทรงพระราชดำริว่า
พม่าได้เผาเมืองถลาง ทำให้บ้านเมืองอ่อนแอลงยากที่จะสร้างขึ้นใหม่
จึงโปรดให้รวบรวมพลเมืองจากถลางข้ามฝากมาตั้งภูมิลำเนาอยู่ “กราภูงา”
และจัดการปกครองเป็นเมืองขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช
ดังปรากฏว่ามีหมู่บ้านชื่อ “ถลาง” ซึ่งเป็นผู้คนที่อพยพจากอำเภอถลาง
มาอยู่ในเขตท้องที่อำเภอตะกั่วทุ่งในปัจจุบัน
ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 3
ทรงพระราชดำริที่จะปรับปรุงบูรณะหัวเมืองชายฝั่งตะวันตกที่ถูกพม่าตีให้เข้ม
แข็ง จึงได้แต่งตั้งข้าราชการมาเป็นเจ้าเมืองดังกล่าว
โดยให้ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ และได้ทรงแต่งตั้งให้พระยาบริรักษ์ภูธร(แสง ณ
นคร) เป็นเจ้าเมืองพังงาคนแรกในปี พ.ศ.2383 รวมทั้งได้ยุบเมืองตะกั่วทุ่ง
เป็นอำเภอขึ้นกับเมืองพังงา ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 7
เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
ที่ประชุมเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ตจึงมีมติให้ยุบเมืองตะกั่วป่าให้ขึ้นกับ
จังหวัดพังงา ตั้งแต่ พ.ศ. 2474 เป็นต้นมา
แรกเริ่มที่ตั้งเป็นเมืองนั้นที่ทำการของรัฐบาล อยู่ที่บ้านชายค่าย ต่อมา
พ.ศ. 2473 จึงได้มาสร้างศาลากลางจังหวัดขึ้นที่บ้านท้ายช้าง ครั้น
พ.ศ.2515 จึงได้สร้างศาลากลางหลังใหม่ขึ้นบริเวณถ้ำพุงช้างจนถึงปัจจุบัน
ข้อมูลด้านโบราณคดี
ได้มีการขุดค้นทางโบราณคดีพบเครื่องมือหิน ภาชนะดินเผา
และภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ตามถ้ำ ในอ่าวพังงา อำเภอเมือง
และอำเภอทับปุด ยังได้พบเทวรูปแกะสลักหินพระวิษณุหรือพระนารายณ์
และชิ้นส่วนเทวรูปบนเขาเวียง(เขาพระนารายณ์)อำเภอกะปงและอำเภอตะกั่วป่า
ซึ่งจากหนังสือ มิลินทปัญหา (คัมภีร์ในพุทธศาสนา ราว พ.ศ.500) และ
จดหมายเหตุของปโตเลมี (กรีก ราว พ.ศ.800) เชื่อได้ว่า มีนักเดินเรือ พ่อค้า
นักบวช พราหมณ์
และช่างฝีมือจากอินเดียเดินทางเข้ามาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 5 เป็นต้นมา
และเรียกชื่อเมืองในถิ่นนี้ว่า
“ตะโกลา”บริเวณดังกล่าวนี้จึงเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์โบราณเมื่อหลายพันปี
ก่อนสืบต่อกันมา
จากหลักฐานศิลาจารึกเมืองดันชอร์ ประเทศอินเดีย
จดหมายเหตุของชาวอาหรับ ตำนานนครศรีธรรมราช
และการค้นคว้าของนักประวัติศาสตร์ชาวตะวันตก ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12-14
ชุมชนโบราณตะกั่วป่าได้พัฒนาเป็นเมืองท่าที่สำคัญทางฝั่งทะเลอันดามัน
เป็นชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ที่ได้ผสมผสานวัฒนธรรมอินเดียเข้ากับ
วัฒนธรรมพื้นเมือง มีการสร้างศาสนสถานและรูปเคารพตามแบบอย่างศาสนาฮินดู
ส่วนพุทธศาสนาได้เข้ามามีบทบาทบางช่วงและมีบางกลุ่มยอมรับนับถือ
พงศาวดารกล่าวว่า ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้น
เมืองพังงาเป็นเมืองแขวงขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า
จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 1
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า
เมืองตะกั่วทุ่ง ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 3
ทรงปรับปรุงบูรณะหัวเมืองชายฝั่งตะวันตกที่ถูกพม่าตี
ได้ทรงแต่งตั้งให้พระยาบริรักษ์ภูธร (แสง ณ นคร)
มาเป็นเจ้าเมืองพังงาคนแรกในปี 2383
ต่อมาเมืองตะกั่วทุ่งถูกยุบเป็นอำเภอขึ้นกับเมืองพังงา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ
ตั้งแต่นั้นมาเมืองพังงา เมืองตะกั่วป่า เมืองถลาง และเมืองระนอง
เริ่มรุ่งเรืองขึ้นมาด้วยการค้าแร่ดีบุก ในปี 2437
ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นมณฑล
เมืองพังงาและตะกั่วป่าขึ้นอยู่กับมณฑลภูเก็ต ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 7
เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
ที่ประชุมเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ตมีมติให้ยุบเมืองตะกั่วป่าไปขึ้นกับจังหวัด
พังงาตั้งแต่ พ.ศ.2474 เป็นต้นมา
จากนั้นพังงาก็ดำรงความเป็นเมืองท่าและเมืองแห่งเหมืองแร่ดีบุกควบคู่ไปกับ
จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดระนองเรื่อยมา จนกระทั่งประมาณปี 2524
ราคาแร่ดีบุกในตลาดโลกตกต่ำลง ภูเก็ตเริ่มเปลี่ยนเป็นเมืองท่องเที่ยว
และขยายตัวไปยังจังหวัดกระบี่และพังงาตราบจนปัจจุบัน
คำวัญประจำจังหวัดพังงา
แร่หมื่นล้าน บ้านกลางน้ำ
ถ้ำงามตา ภูผาแปลก แมกไม้
จำปูน บริบูรณ์ด้วยทรัพยากร
ตราประจำจังหวัด
รูปเขาตะปู รูปเรือขุดแร่ และรูปเขาช้างอยู่ด้านหลัง
รูปเขาช้าง หมายถึง
สัญลักษณ์ภูเขาสูงรูปช้าง ซึ่งอยู่หลังศาลากลางจังหวัดพังงา
ประวัติศาสตร์กล่าวว่า ในพ.ศ. 2532 พม่ายกกองทัพมาตีหัวเมืองฝ่ายใต้
(ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ถลาง)
ราษฎร์บางส่วนที่ไม่มีอาวุธและกำลังจะต่อสู้ต้องอพยพไปหลบภัยอยู่ในบริเวณ
ลุ่มแม่น้ำพังงา ซึ่งมีภูเขาล้อมรอบ และตั้งหลักแหล่งอยู่ตรงนั้นตลอดมา
รูปเรือขุดแร่ หมายถึง
สัญลักษณ์การประกอบอาชีพในอดีตของจังหวัดพังงาที่มีอาชีพหลัก
ทางด้านการทำเหมืองแร่ดีบุก สามารถผลิตแร่ดีบุกได้เป็นอันดับหนึ่ง
ของประเทศและเป็นที่ยอมรับกันว่าในอดีตนั้นเศรษฐกิจและอาชีพของจังหวัดพังงา
ขึ้นอยู่กับแร่เป็นสำคัญ
รูปเขาตะปู หมายถึง
สัญลักษณ์ทางด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงา
ต้นไม้ประจำจังหวัด
พันธุ์ไม้พระราชทาน เพื่อปลูกเป็นมงคล จังหวัดพังงา
ชื่อวิทยาศาสตร์ CINNAMONUM PORRECTUM KOSTE
วงศ์ LAURACEAE
ชื่ออื่น จะไคหอม จะไคต้น จวงหอม พลูต้นขาว
ลักษณะ ไม้ต้นสูง 10- 30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ
กิ่งอ่อนเกลี้ยงและมักจะมีคราบขาว เปลือกสีเทาอมเขียว
หรือสีน้ำตาลคล้ำ แตกเป็นร่องตามยาวลำต้น
ใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามกัน แผ่นใบรูปรีแกมรูปไข่ ยาว 7 – 20 เซนติเมตร
ดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อเป็นกระจุกตามปลายกิ่ง ผลกลมเล็ก
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.7 เซนติเมตร สีเขียว ขึ้นในป่าดงดิบบนเขา
ทั่วประเทศ พบมากในภาคใต้ขยายพันธุ์โดยเมล็ด
ประโยชน์ เนื้อไม้มีกลิ่นหอมฉุน
ใช้ในการแกะสลักบางอย่าง ทำเตียงนอน ทำตู้ หีบใส่เสื้อผ้า กันมอด
และแมลงอื่น ๆ และใช้เป็นยาสมุนไพรเปลือกเป็นยาบำรุงร่างกายอย่างดี
โดยเฉพาะหญิงสาวรุ่น ต้มกินแก้เสียดท้อง ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ
ธงประจำจังหวัด
จังหวัดพังงานั้น เดิมน่าเรียกกันว่า "เมืองภูงา" ตามชื่อเขางาหรือเขาพังงา ซึ่งตั้งอยู่ในตัวจังหวัดปัจจุบันใน
สมัยก่อนเมืองภูงาขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราช ในสมัยรัชกาลที่ 2 ชื่อ
"เมืองภูงา" ได้ปรากฏอยู่ในทำเนียบข้าราชการเมืองนครศรีธรรมราช
ซึ่งน่าจะเป็นเมืองขึ้นฝ่ายกรมพระสุรัสวดีฝ่ายซ้าย
เมืองภูงานี้อาจจะตั้งชื่อให้คล้องจองกับเมืองภูเก็ต
และเหตุที่เมืองภูงากลายเป็นเมืองพังงานั้น
สันนิษฐานกันว่าน่าจะเนื่องมาจากเมืองภูงาเป็นเมืองที่มีแร่อุดมสมบูรณ์
มีฝรั่งมาติดต่อซื้อขายแร่ดีบุกกันมาก
และฝรั่งเหล่านี้คงจะออกเสียงเมืองภูงาเป็นเมือง "พังงา" ไป
เพราะแต่เดิมฝรั่งเขียนชื่อเมืองภูงาว่า PHUNGA หรือ PUNGA ซึ่งอาจอ่านว่า
ภูงา หรือพังงา หรือพังกาก็ได้
สภาพทางภูมิศาสตร์
จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4,171 ตารางกิโลเมตร
และมีพื้นที่ที่เป็นป่าชายเลนและป่าดงดิบคิดเป็นร้อยละ 57
ของพื้นที่ทั้งหมด โดยมีพื้นที่ติดต่อเรียงตามเข็มนาฬิกาดังนี้
สถานที่ท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา
อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา มีพื้นที่ครอบคลุมในท้องที่อำเภอตะกั่วทุ่ง
อำเภอเมือง อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งทะเล
มีความงดงามของทิวทัศน์ ชายฝั่ง และทิวทัศน์เหนือผิวน้ำ
อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าชายเลน
ประกอบด้วยเกาะทางด้านทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ตประมาณ 40 เกาะ
และเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น เขาพิงกัน เขาตะปู ถ้ำลอด
รวมทั้งหาดทรายสวยงาม อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงามีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ
250,000 ไร่ หรือ 400 ตารางกิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
หมู่เกาะสุรินทร์อยู่ในตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา
ห่างจากชายฝั่งจังหวัดพังงา 60 กิโลเมตร อยู่ใกล้ชายแดนประเทศเมียนมาร์
เป็นที่หลบลมมรสุมสำหรับเรือหาปลาและเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านมอแกน 2 แห่ง
หมู่เกาะสุรินทร์มีป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีป่าชายเลนบริเวณ
ที่มีลำธารน้ำจืดไหลลงทะเล และมีหญ้าทะเลปกคลุมอยู่บางส่วน
ความหลากหลายทางชีววิทยาทำให้หมู่เกาะสุรินทร์เป็นพื้นที่ที่มี ความสำคัญ
อย่างยิ่งในทางนิเวศวิทยา และกรมป่าไม้ได้ประกาศ ให้เป็นอุทยาน
แห่งชาติในปี พ.ศ. 2524
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ครอบคลุม พื้นที่ประมาณ 135
ตารางกิโลเมตร โดยร้อยละ 76 เป็นทะเล ประกอบด้วย 5 เกาะ มีเกาะใหญ่ 2 เกาะ
คือเกาะสุรินทร์เหนือ และเกาะสุรินทร์ใต้
ชายฝั่งเกาะสุรินทร์มีความเว้าแหว่ง ทำให้มีอ่าว หลาย แห่ง
ซึ่งเป็นที่กำบังคลื่นลมได้ดี ระยะห่างจากฝั่งและ ระดับน้ำลึก
โดยรอบเกาะทำให้น้ำทะเลใสสะอาด เหมาะกับ การเจริญ
เติบโตของปะการังหลากหลายชนิด
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
| คำว่า "สิมิลัน" เป็นภาษายาวี หรือ มลายู แปลว่า เก้า หรือ หมู่เกาะเก้า หมู่เกาะสิมีลัน อยู่ในท้องที่ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 หมู่เกาะ สิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้ ได้แก่ เกาะบอน เกาะบายู เกาะสิมิลัน เกาะปายู เกาะเมี่ยง (มี 2 เกาะ ติดกัน) เกาะปาหยัน เกาะปายัง เกาะหูยง ที่ทำการอุทยาน ฯ อยู่ที่เกาะเมี่ยง เพราะเป็นเกาะที่น้ำจืด หมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องจากนิตยสารสกินไดวิ่งของอเมริกา ว่าเป็นหมู่เกาะที่มีความงามทั้งบนบกและ ใต้น้ำ เป็น 1 ใน 10 ของโลก หมู่เกาะสิมิลันอยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 70 กม. ช่วงเดือนธันวาคม - เมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด (ช่วงเดือนมีนาคมจะเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด ไม่มีมรสุมและน้ำใส สามารถดำน้ำแล |
|
|
|
|